อะโดนีราน บาร์บอสซ่า ครบรอบ 105ปี (ประวัติและผลงานที่น่าสนใจ)

อะโดนีราน บาร์บอสซ่า
Adoniran Barbosa คือชื่อในงานศิลปะของนาย João Rubinato (6 August 1910, Valinhos - 23 November 1982, São Paulo) นักร้องและนักประพันธ์สไตล์แซมบ้า ผู้มือชื่อเสียง จากเมือง South Paolo ประเทศบราซิล 
ประวัติ 

adoniran-barbosas
   ชีวิตในวัยเด็ก
อะโดนีราน บาร์บอสซ่า เป็นลูกคนที่ 7 ของพ่อแม่ชาวอิตาเลียนชื่อ Francesco (Fernando) Rubinato และEmma Ricchini เขาเกิดที่เมือง south paolo  
ในวัยเด็กเขาค่อนข้างลำบาก เขาทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยด้วยการเป็นเด็กกวาดบ้าน และเป็นผู้ช่วยให้สถานีรถไฟในเมือง Jundai เขาก็ยังเคยทำงานเป็นช่างทาสี ช่างซ่อมท่อน้ำ พนักงานเสิรฟ คนขายสินค้าตามท้องถนน
  เริ่มแต่งเพลงและร้องเพลง
ในปี 1933 อะโดนีราน บาร์บอสซ่า ย้ายไปอยู่ที่เมือง South Paolo เขาได้เริ่มแต่งเพลงและได้โอกาสไปเป็นนักร้องเพลงสไตล์แซมบ้าให้กับสถานีวิทยุ Cruzeiro do Sul แต่เขาก็เกรงว่าชื่อของเขาที่เป็นภาษาอิตาเลียนจะทำให้ เพลงแนวแซมบ้าของเขาไม่น่าสนใจ เขาจึงใช้ชื่อที่เป็นแบบคนบราซิล Adoniran Barbosa โดย อะโดนีราน บาร์บอสซ่า มาจากชื่อเพื่อนเขาคนหนึ่ง ส่วน Barbosa มาจากนักประพันธ์เพลงแนวแซมบ้าคนหนึ่งชื่อผู้ที่เป็นไอดอลของเขา Luiz Barbosa ในปี1935 เขาชนะการประกวดร้องเพลง ซึ่งจัดโดยเมือง Sao Paulo โดยเขาได้ร้องเพลงแซมบ้าชื่อ Dona Boa ซึ่งแต่งโดยเขาเองกับ J. Aimbre จากความสำเร็จในการประกวดร้องเพลงนี้ เขาเลยได้แต่งงานกับแฟนของเขาที่คบกันมาอย่างยาวนานชื่อ Olga และได้มีลูกสาวด้วยกันชื่อ Meria Helena แต่เขาก็ต้องหย่าร้างภายในไม่ถึงปี 

   การทำงานที่สถานีวิทยุ 
ในปี 1941 เขาได้เริ่มทำงานละครวิทยุในแนวตลกให้กับสถานีวิทยุแห่งหนึ่งของเมือง Sao Paulo เขาทำงานให้กับสถานีวิทยุจนเกษียณไปในปี 1972  โดยเขามักจะพูดในเสียงของตัวละครต่างๆที่เกิดจากงานเขียนของ Osvaldo Moles เช่น Perafina, Ze Cunversa, และ Jean Rubinet เขาก็ยังได้มีส่วนในการพากย์เสียงให้กับละครวิทยุเรื่อง Pif-Paf, Caidos do Ceu, และ O Cangaceiro  ด้วย ในปี 1949 เขาก็แต่งงานกับ Matilude de Lutiis เพื่อนร่วมงานของเขา
 ในช่วงปี 1950 เขาได้แต่งเพลงหลายเพลงตามแนวท้องถิ่นเมือง Sao Paulo และเพลงของเขาก็ชนะการประกวดที่เมือง Sao Paulo มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 1955 เขาได้สร้างตัวละครตลกตัวหนึ่งด้วยสำหรับการแสดงตลกทางวิทยุ Adoniran ก็ยังได้ร่วมร้องในละครวิทยุแนวโซปโอเปราด้วยเช่น A Pensão de D. Isaura, และร่วมร้องในละครตลกเรื่อง Ceará contra 007 และ Papai Sabe Nada 

   บั้นปลายชีวิต
จากความสำเร็จในด้านเพลงและละครวิทยุ ทำให้เขาโดดเด่นในวงการเพลงภายหลังปี 1973 เมื่อเขาได้ทำอัลบั้มเพลงของเขาเองขึ้นมาครั้งแรก ทำให้เขากลายเป็นนักแต่งเพลงคนสำคัญและได้รับความสนใจจากสื่อ อย่างไรก็ตามจากการที่เขาทำอาชีพเป็นศิลปิน เขามักจะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและมีความสุข แต่ในช่วงปลายชีวิตเขารู้สึกเสียใจมากจากการเปลี่ยนแปลงของเมือง Sao Paulo ไปสู่สังคมสมัยใหม่ และผู้คนก็ลืมเขาไปเรื่อยๆ แม้เพลงของเขาจะถูกเปิดอยู่ก็ตาม เขาเสียชีวิตลงในปี 1982 ในสภาพที่ยากจน โดยมีเพียงแค่ภรรยาและน้องเขยของเขามาเฝ้าก่อนสิ้นใจเท่านั้น  หลังจากที่เขาตายไป 30 ปี นักร้องชาวบราซิลหลายคนได้เริ่มรำลึกถึงตัวเขา โดยเฉพาะ Perci Guzzo ที่ได้เล่นเพลงรำลึกถึงเขาอยู่บ่อยครั้ง 
    การรำลึกถึง อะโดนีราน บาร์บอสซ่า

ผลงานเพลง
    ลักษณะ
Adoniran Barbosa ผ่านพ้นความยากลำบากในวัยเยาว์ด้วยการแต่งเพลงให้กับคนชั้นล่างของเมอง Sao Paulo โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้อพยพชาวอิตาเลียนที่ยากจนและคนจนคนอื่นๆ เช่นเพลง Saudosa Maloca, Joga a Chave,  และ Trem das Onze 
    ภาษาในเพลงของ อะโดนีราน บาร์บอสซ่า และแนวดนตรีของเขา
เนื้อเพลงของ อะโดนีราน บาร์บอสซ่า ใช้ภาษาอย่างเป็นเอง ซึ่งมักพูดกันโดยคนชั้นล่างชาว Sao Paulo ต่างจากเพลงแซมบ้าโดยทั่งไปที่ประพันธ์กันมาหลายสิบปี โดยเพลงแซมบ้ามักจะใช้ภาษาโปรตุเกสแบบเป็นทางการ เนื่องจาก Andoniran เขียนเพลงให้กับคนธรรมดา และเขาก็รู้สึกว่าหากร้องเพลงในภาษาเช่นนี้แล้วเพลงแซมบ้าจะเพราะกว่า เขาก็ยังรู้จักภาษาผสมระหว่างโปรตุเกสกับอิตาเลียนด้วย ที่พูดกันตามท้องถนนในเมือง Sao Paulo ในปี 1965 Andoniran ได้แต่งเพลงแนว Sambo Italiano โดยแต่งในแนวทำนองบราซิล แต่เนื้อร้องส่วนเป็นภาษาอิตาเลียน และมีภาษาโปรตุเกสแทรกเข้ามานิดหน่อย แนวดนตรีโปรดของ Andoniran คือ แนว samba paulista ซึ่งในระหว่างที่ร้องเนื้อเพลงอยู่นั้น ดนตรีจะหยุดเล่น และ Andoniran ก็ได้ประพันธ์เฉพาะเนื้อร้องไว้สำหรับอีกกว่า 90 เพลง

    คำพูดเด่นๆของ อะโดนีราน บาร์บอสซ่า​
- พระเจ้าหยิบยื่นความหนาวแก่เราตามผ้าห่ม จากเพลง Saudosa Maloca (1951)
- ชายคนหนึ่งจึงสวดมนต์ขอพรพระเจ้าทุกวัน: ถ้าท่านประสงค์สิ่งดีๆจากตัวผมไป ก็ขอให้เอางานการของผมไปได้ แต่อย่าเอาผู้หญิงของผมไปเลย จากเพลง Conselho de Mulher
- อย่าทำอะไรโง่ๆ อย่าบ่นมากเกินไป แฟน หัวหน้า และเหล้า เห็นได้ทุกที่ จากเพลง Mulher, Patrão e Cachaça (1968)
- เรามาที่นี่เพื่อดื่มเหล้าและพูดกันหรือ? จากเพลง Nóis Viemos Aqui Prá Quê?
- การพูดหยาบๆ ก็เป็นศิลปะ ไม่อย่างงั้นก็เป็นการดูถูกแบ่งแยกด้วยคำพูด 

    
ลิขสิทธิ์บทความ
แปลบทความของอะโดนีราน บาร์บอสซ่า โดย
Mr. WARAWUT PARIVARTBHASHA
facebook.com/kinggy.parivartbhasha