Default

ปี 2563 ขายของออนไลน์อะไรดี

เข้าสู่ ปี พ.ศ. 2563 กันแล้ว จัดแจงรับโบนัสพร้อมท่องเที่ยวปีใหม่กันหรือยัง? สำหรับบางบุคคลจัดแจงคิดแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวกับคนรู้ใจหรือบางบุคคลบางทีอาจจัดเตรียมคิดแผนหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มวิถีทางหาเงินให้เพิ่มมากขึ้นในปี 2563
แน่ๆว่า ในเวลานี้เทรนด์อีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง รวมทั้งมีวิถีทางให้เติบโตมากขึ้นอีกเรื่อยก็เลยทำให้ธุรกิจขายของออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างใหญ่โต ด้วยเหตุว่าไม่ต้องลงทุนมากมาย ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียตังค์เช่าหน้าร้านค้า ผลิตภัณฑ์บางจำพวกไม่จำเป็นที่จะต้องสต็อกผลิตภัณฑ์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมในวันหยุดหรือตอนเวลาเย็นข้างหลังเลิกงาน ก็เลยเป็นรายได้เสริมที่เสนอแนะและก็น่าดึงดูดอย่างยิ่งจริงๆ ราคาตลาดอีคอมเมิร์ซยังเติบโตได้อีกเป็นอันมาก
ทราบหรือเปล่า ราคาตลาดอีคอมเมิร์ซเมื่อเทียบกับค่าตลาดขายปลีกในไทยคิดเป็นเพียงแต่ 2-3% เพียงแค่นั้นและก็เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีตลาดอีคอมเมิร์ซมากถึง 20% ข้อมูลพวกนี้แสดงให้เห็นว่าจำนวนการเจริญเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยยังได้โอกาสเติบโตขึ้นได้มากกว่านี้อย่างแน่แท้ ด้วยเหตุนั้นจะมองเห็นได้ว่าอาชีพพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็ยังมีวิถีทางเติบโตตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
สรุปอันดับผลิตภัณฑ์ขายดีรายปี 2019 (Source : Priceza: Jan 1 – 31 Nov 2019)

 1. เสื้อผ้าแฟชั่น

เสื้อผ้าแฟชั่น เป็นอันดับ 1 ของยอดจำหน่ายสูงสุดรายปี 2562 หรือคิดเป็น 24% ของจำพวกผลิตภัณฑ์ทั้งผอง เพราะเหตุว่าเสื้อผ้าเป็น 1 ในสาเหตุ 4 ที่มนุษย์ต้องการของทุกคนแน่ๆว่าทุกคนจะต้องใส่เสื้อผ้า ทั้งยังยังมีเสื้อผ้าหลายชนิดมากมายแบบให้ได้เลือกใส่ตามความพอใจส่วนตัวก็เลยทำให้เสื้อผ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ซึ่งถ้าหากทดลองคิดเล่นๆว่าในประเทศไทย คุณได้โอกาสขายเสื้อผ้าให้แก่คนปริมาณกว่า 60 ล้านคนเลยทีเดียวซึ่งจำนวนนี้เป็นเพียงแค่จำนวนในประเทศไทยแค่นั้นเดี๋ยวนี้ที่โลกกิจการค้าไม่มีพระพรหมดินแดนจะก่อให้คุณสามารถขายเสื้อผ้าได้ทั่วทั้งโลกผ่านวิถีทางออนไลน์อย่างยิ่งจริงๆ
ผลิตภัณฑ์ขายดีในชนิด เสื้อผ้าแฟชั่น รายปี 2019
1. กระเป๋า
2. เสื้ออันดับในสตรี
3. เสื้อผ้าสตรี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

อันดับ 2 สุขภาพและความสวยงาม

แต่งองค์และทรงเครื่องเสร็จแล้ว นอกเหนือจากการที่จะงามจากด้านนอกด้านในก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จำเป็นต้องดูแล อันดับผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าตามมาเป็นอันดับ 2 เป็นต้นว่า ชนิดผลิตภัณฑ์สุขภาพรวมทั้งความงดงามโดยคิดเป็น 19% ผลิตภัณฑ์มาแรงในกรุ๊ปจำพวกสุขภาพแล้วก็ความสวยอาทิเช่นอาหารเสริมซึ่งเป็นเยี่ยมในตัวเลือกเสริมสุขภาพของท่านให้แข็งแรง โดยเดี๋ยวนี้มีวิตามินหลายชนิดให้ได้คัดเลือกตามสิ่งที่มีความต้องการ
ผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีในชนิด สุขภาพและก็ความงดงามรายปี 2019
1. อาหารเสริม
2. ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวหน้า
3. ลิป

Image result for Online selling

อันดับ 3 เครื่องเรือน อุปกรณ์ภายในบ้าน

ผลิตภัณฑ์ชนิดเครื่องเรือนเครื่องมือข้างในบ้านเป็นผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอันดับ 3 หรือคิดเป็น 14% ของจำพวกผลิตภัณฑ์ทั้งสิ้นสำหรับบางบุคคลการตกแต่งบ้านนับว่าเป็นงานว่างแล้วก็คิดว่า “บ้าน” เป็นมากกว่าที่พักอาศัย แต่ว่าเป็นถึงที่พักผ่อนกายดวงใจแล้วก็ยังเป็นหลักที่ซึ่งสามารถใช้เวลาดีๆร่วมกับครอบครัว ด้วยเหตุผลดังกล่าวสภาพแวดล้อมการตกแต่งออกแบบต่างๆด้านในภายก็เลยเป็นสิ่งที่คู่รักบ้านให้ความใส่ใจมหาศาล
ผลิตภัณฑ์ขายดีในชนิด เครื่องเรือน อุปกรณ์ภายในบ้านรายปี 2019
1. สิ่งของในบ้าน
2. หน้ากากอนามัย
3. สิ่งของด้านในครอบครัว

อันดับ 4 กีฬา สัตว์เลี้ยง outdoor และก็ของสะสม

ผลิตภัณฑ์จำพวกกีฬาสัตว์เลี้ยงoutdoorรวมทั้งของสะสม มาเป็นอันดับ 4 หรือคิดเป็น 9% เช่นชุดบริหารร่างกายที่กำลังเป็นที่นิยมจากเทรนด์การรักษาสุขภาพรวมทั้งวัสดุอุปกรณ์สำหรับสัตวเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์หรือยากำจัดตัวเห็บหมัดก็เป็นผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนกัน
ผลิตภัณฑ์ขายดีในชนิด กีฬา สัตว์เลี้ยง outdoor และก็ของสะสมรายปี 2019
1. เสื้อผ้ากีฬา ชุดบริหารร่างกาย
2. วัสดุอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
3. อาหารสัตว์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Online selling

อันดับ 5 โทรศัพท์ – วัสดุอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร

ในช่วงตอนนี้ที่ โทรศัพท์ – เครื่องใช้ไม้สอยติดต่อ นับว่าเป็นต้นเหตุที่ 5 ของคนเราที่จะต้องประจำตัวอยู่เสมอเวลารวมทั้งเกือบจะต้องมีให้ได้เลยเพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันก็เลยเป็นที่นิยมตามไปด้วย อาทิเช่น เคสโทรศัพท์ สายชาร์จต่างๆหรือวัสดุอุปกรณ์วางหูโทรศัพท์ในรถยนต์
ผลิตภัณฑ์ขายดีในชนิด โทรศัพท์–อุปกรณ์สื่อสารรายปี 2019
1. เคสโทรศัพท์
2. สายชาร์จ วัสดุอุปกรณ์ชาร์แบตเตอรี่
3. ที่วางหูโทรศัพท์และก็จับโทรศัพท์ในรถยนต์

Default

กระดานดูแลตลาดทุน (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ไฟเขียว เอสเอ็มอีแล้วก็สตาร์ทอัพระสูดดมทุนได้อีกทั้งในตลาดแรกแล้วก็ตลาดรอง ได้ผลสรุปหลักเกณฑ์ด้านในไตรมาส1


นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เผยวันหลังการสัมมนาคณะกรรมการดูแลตลาดทุน (ก.ต.ท.) รอบเดือนเดือนมกราคม 2563 คณะกรรมการ ก.ต.ท. ลงความเห็นเห็นดีเห็นชอบกฏเกณฑ์เปิดช่องเอสเอ็มอีรวมทั้งสตาร์ทอัพระสูดดมทุนได้อีกทั้งในตลาดแรกรวมทั้งตลาดรองคณะกรรมการ ก.ต.ท. ลงความเห็นเห็นด้วยหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการระดมทุนของเอสเอ็มอีและก็สตาร์ทอัพอเพียงอกและก็เสนอขายหุ้นแก่ผู้ร่วมลงทุนในวงจำกัดแล้วก็ผู้ร่วมลงทุนทั่วๆไป แล้วก็ให้โอกาสให้นำหุ้นไปขึ้นทะเบียนค้าขายในตลาดรองได้ โดยเอสเอ็มอีแล้วก็สตาร์ทอัพที่เป็นบริษัทจำกัดและก็บริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งส่งผลการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือมีมูลค่าธุรกิจระดับหนึ่งแล้ว สามารถระดมทุนรวมทั้งนำหุ้นเข้าขึ้นทะเบียนในตลาดรองได้โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แม้กระนั้นจะต้องเผยข้อมูลของธุรกิจการค้าแล้วก็งบการเงินตามที่ได้มีการกำหนด แล้วก็นักลงทุนควรมีลัษณะดังกล่าวต่อไปนี้
(1) ผู้ร่วมลงทุนสถาบัน ธุรกิจการค้าเงินร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน ผู้ร่วมลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ
(2) ผู้ตัดสินแล้วก็บุคลากรของเอสเอ็มอีรวมทั้งสตาร์ทอัพ หรือบริษัทในเครือ
(3) ผู้ร่วมลงทุนที่มีประกาศนียบัตรวิชาชีพที่แสดงถึงวิชาความรู้ทางด้านการเงินแล้วก็การลงทุน (professional license)
(4) นักลงทุนทั่วๆไปที่มีความรู้และความเข้าใจแล้วก็ประสบการณ์การลงทุนโดยมีเงินลงทุนโดยตรงในหุ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปในรอบ 12 เดือนปัจจุบัน

Image result for ตลาดหลักทรัพย์


ดังนี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จะเปิดรับฟังความเห็นจากพลเมือง แล้วก็คาดว่าจะได้บทสรุปเรื่องหลักเกณฑ์ด้านในไตรมาส 1 ปี 2563 ในส่วนการก่อตั้งตลาดรองเพื่อรองรับการเขียนทะเบียนของเอสเอ็มอีรวมทั้งสตาร์ทอัพ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วก็ตลาดค้าหุ้นที่เมืองไทยอยู่ระหว่างสัมมนาปรึกษาขอคำแนะนำเรื่องแบบตลาดที่สมควรและก็มีคุณภาพ
ยิ่งกว่านั้นคณะกรรมการ ก.ต.ท. ลงความเห็นเห็นด้วยการแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง กรณีมีผู้จองซื้อถึงจำนวนร้อยละ 80 ของจำนวนเงินที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องยกเลิกการเสนอขายถ้าได้ไม่ครบจำนวนร้อยละ 100 แต่ว่าผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง (Funding Portal) เผยและก็แจ้งข้อจำกัด ที่จะไม่ยกเลิกการเสนอขายให้ผู้ร่วมลงทุนรู้ก่อนจองซื้อ เพื่อลดข้อกำหนดตามเกณฑ์เดิมที่ระบุว่าแม้ได้เงินไม่ครบปริมาณที่ตั้งไว้จำต้องยกเลิกการเสนอขาย (All-or-nothing) ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่ดังที่กล่าวถึงมาแล้วสอดคล้องกับการควบคุมดูแลในเมืองนอก นอกจากนั้น ยังกำหนดให้ Funding Portal มีระบบระเบียบงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีคุณภาพตามหลักหลักเกณฑ์และก็แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดให้มีระบบระเบียบไอทีของ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อตั้งมาตรฐานรวมทั้งทางสำหรับในการประกอบธุรกิจให้มีความแจ่มแจ้งเพิ่มขึ้น

Default

ความต่างที่เกิดขึ้น 

หรือความห่างของการตลาดเมืองไทยกับการตลาดประเทศชั้นแนวหน้าอย่าง อเมริกา กรุ๊ปประเทศในทวีปยุโรปหรือประเทศสิงคโปร์ ตอนนี้มีความไม่เหมือนกันมากมายแค่ไหน? (การตลาดระดับนานาชาติไปถึงไหน ใช้อะไรบ้างที่อยู่ในการประเมินผลทางการตลาด) ถ้าเกิดเอ่ยถึงการตลาดที่แปรไป สำหรับเพื่อการตลาดบนโลกดิจิทัลของไทยนั้นตอน 3 ปีที่ล่วงเลยไปทั้งยังผู้ประกอบธุรกิจรวมทั้งนักการตลาดก็จัดว่ามีการตื่นตัว แล้วก็ ได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม พอเข้าใจว่า Digital Marketing เป็นเครื่องไม้เครื่องมือวิธีการทำการตลาดที่สำคัญแล้วก็มีผลต่อต่อธุรกิจแทบทุกธุรกิจไม่มากมายก็น้อยขึ้นกับกรุ๊ปลูกค้าของธุรกิจนั้นๆด้วย อาทิเช่นกรุ๊ปธุรกิจไหนที่มีกรุ๊ปลูกค้าเป็นคนสมัยใหม่จะเห็นผลกระทบมาก ธุรกิจไหนที่มีกรุ๊ปลูกค้าเป็นรุ่นก่อนหน้านี้ หรือ กรุ๊ปที่ยังไม่เคยชินกับเทคโนโลยีมากสักเท่าไรนัก บางครั้งก็อาจจะได้รับผลพวงไม่มากแค่ไหน ความหมายเป็น ยังมีช่องว่างของเวลาให้ได้เตรียมพร้อม รวมทั้ง เปลี่ยนแปลงแผนเพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ว่าสำหรับเมืองไทย ก็ยังคงมีผู้ประกอบธุรกิจ นักการตลาด และก็ลูกค้าอีกหลายต่อหลายกรุ๊ปที่รู้เรื่องว่าคำว่า

siaminbound

Digital Marketing 

พอๆกับ แนวทางการทำการตลาดผ่านวิถีทางบน Facebook เพียงอย่างเดียว หรือบางกรุ๊ปก็รู้เรื่องว่า Digital Marketing เป็นวิธีการทำการตลาดบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ยกตัวอย่างเช่น Instagram Youtube Facebook ฯลฯ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมีต้นสายปลายเหตุหลายชนิดและก็หนทางที่มากกว่า Facebook หรือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ที่จะทำให้ ธุรกิจบรรลุเป้าหมายได้บนโลก Digital ได้อย่างเต็มรูปแบบ ถ้าหากกล่าวถึงตลาดโลกพวกเราอาจอ้างอิงจากฝั่งอเมริกาเป็นหลักเพราะว่านับว่ายังเป็นคนนำทางด้าน Digital Technology รวมถึง Startup ต่างๆก็มีการใช้วัสดุต่างๆที่มากกว่าแพลตฟอร์มโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเข้ามาปรับปรับใช้ เพื่อเป็นผลลัพธ์มากยิ่งขึ้นในโลก Digital ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ Automation ระบบอัตโนมัติสำหรับ CRM หรือ AI ที่เข้ามามีความเกี่ยวข้องกับส่วนงานของ Customer Service, CRM แล้วก็การ Personalized คอนเทนต์รวมถึง Personalized ประสบการณ์ของลูกค้าที่จะเกิดขึ้นบนโลกดิจิทัลอีกด้วย ทำให้ไม่ว่าหนทางบนโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คจะมีการเปลี่ยนไปๆมาๆกน้อยแค่ไหน ผลพวงที่เกิดขึ้นอยู่กับธุรกิจที่ใช้วัสดุอื่นๆจะเกิดขึ้นได้น้อยกว่าธุรกิจที่พึ่งพิงพาเพียงแต่วิถีทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุดังกล่าวความไม่เหมือนของการใช้วิถีทางบนโลกดิจิทัลของธุรกิจไทยกับเทรนด์ของโลกที่แปรไปอย่างเร็วพวกเราสามารถเตรียมการธุรกิจพวกเราด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้ หัวข้อในบทความ 1.Understand Funnels ทำความเข้าใจกับคำว่า Funnels หรือขั้นตอนก่อนที่จะลูกค้าหนึ่งคนจะตกลงใจซื้อ ซึ่งถ้าหากพวกเรากำหนดให้ภาพกระจ่างแบบเร็วๆพวกเราจะสามารถมี Funnels ได้ 3 ส่วนร่วมกันเป็น Awareness, Engage / Consideration, Conversion คนโดยมากจะใช้เวลาไปกับทำเช่นไรให้ลูกค้าตกลงใจซื้อในทันทีบนโลกดิจิทัล แม้ว่ายังไม่มีแนวทางการทำวิชาความรู้จะ และก็ความไว้เนื้อวางใจอะไรก็ตามทั้งปวง ซึ่งปริศนาเป็นเป็นได้หรือเปล่า ถ้าพวกเราจะข้ามขั้นตอนจากการผลิต Awareness ไปขายเลย คำตอบเป็นได้จ้ะ ถ้าหากผลิตภัณฑ์ของพวกเราอยู่ในตอนที่มีคู่ปรับไม่เยอะแค่ไหนนัก แล้วก็ ตรงกับสิ่งที่มีความต้องการของลูกค้า หรือช่วยขจัดปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างแจ่มแจ้ง พวกเราสามารถติดต่อสื่อสารตรงด้วยการใช้คอนเทนต์วิธีขาย ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แล้วก็ ผ่านการซื้อโปรโมทเลยได้ในทันที เรียกว่าข้ามขั้นตอนจาก Awareness ไป Conversion เลย แม้กระนั้นอย่าลืมว่าพวกเราอยู่ในสมัยที่ผลิตภัณฑ์สามารถทำเป็นเหมือน หรือ เช่นกันได้ง่าย ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราก็เลยต้องหาจุดผิดแผกอันอื่น เพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเราสามารถช่วยปรับปรุงแก้ไข ปัญหาของลูกค้าได้มากกว่าคู่ปรับอื่นๆผ่าน Content Marketing ในส่วนของ Content Marketing พวกเราจะมากล่าวกันในคอนเทนต์ต่อไป ว่าพวกเราควรจะวางวิธีการยังไงให้ลูกค้ารู้สึกต้องการซื้อผลิตภัณฑ์จากพวกเราโดยที่พวกเรายังไม่เสนอราคาเลย และก็การแสดงความน่าไว้วางใจของธุรกิจมิได้หยุดอยู่เพียงแค่ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค แต่ว่าบางทีอาจจะประกอบไปด้วยการผลิตเว็บ การติดต่อสื่อสาร PR บนโลกอินเตอร์เน็ต การติดต่อสื่อสารผ่านประชาสัมพันธ์ อีกทั้งฝั่ง Social Media , Search รวมทั้ง Native Ads เมื่อรู้เรื่องอย่างนี้แล้ว พวกเราจะเริ่มเห็นภาพได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแต่ว่าละตอนสำหรับในการกลับใจของลูกค้าก็ขึ้นกับ Customer Journey ก่อนที่จะทำการตัดสินใจเพราะว่าจะมาในแบบอย่างไหน เพื่อที่พวกเราจะสามารถวางกลอุบายหนทางในแต่ละตอนของ Funnels ได้อย่างดีเยี่ยม

Reference

siaminbound.com

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO ควักเงิน 72 ลบ. เข้าซื้อหุ้นโรงพิมพ์ “ดับบลิวพีเอส” เพิ่ม 15% ดันสัดส่วนแตะ 99.5%

บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) มีมติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดับบลิวพีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ WPS เพิ่มในสัดส่วน 15% คิดเป็นมูลค่า 72.34 ล้านบาท เนื่องจากผู้ถือหุ้นเดิมได้เสนอขายหุ้น WPS ให้กับบริษัท และเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ WPS จากเดิมในสัดส่วน 84.50% เป็น 99.50% โดยบริษัทจะเข้าลงนามในสัญญาซื้อหุ้นและรับโอนหุ้น WPS จากผู้ขายภายในวันที่ 12 ก.ค.62

สำหรับ WPS ดำเนินธุรกิจโรงพิมพ์ ซึ่ง EPCO ได้เข้าซื้อหุ้น WPS ในสัดส่วน 84.50% ตั้งแต่ปลายเดือนธ.ค.61 โดยคาดว่าจะสามารถขยายธุรกิจสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ ผลักดันรายได้เพิ่มให้กับบริษัทเป็นเท่าตัว และการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในครั้งนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาทั้งในด้านเงื่อนไขการทำรายการ ความเหมาะสมของมูลค่าการซื้อขาย และการขยายงานสิ่งพิมพ์ด้านบรรจุภัณฑ์ จึงเห็นว่ามีความเหมาะสมเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมทั้งอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผล

 

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO Acquires 15% of “WPS” Shares for ฿72m to Increase Share Proportion to 99.50%

On 12 December 2018, the Board of Directors of Eastern Printing Public Company Limited (EPCO) has approved EPCO to purchase shares of the WPS (Thailand) Co., Ltd. (WPS), which is a company that is in the printing business of newspapers, books and other printing material in the amount THB42.25 million shares or 84.50% of registered ordinary shares of WPS from the Nation Multimedia Group PCL.

On 10 July 2019, the Board of Directors of EPCO has approved EPCO to purchase more shares of WPS in the proportion of 15% of WPS’s shares at a price THB9.645 per share according to the price agreed between EPCO and the seller in the amount of THB72.34 million. After the acquisition, EPCO will hold shares in 99.50% share. Additionally, EPCO will sign a share purchase agreement of WPS and transfer of WPS shares from the seller within July 12, 2019.

According to increasing 15% share of WPS, the Board of Directors has considered these transactions carefully and then by considering all the conditions, the appropriate value for trading and expansion of facilities to packaging. The Board of Directors had opinions that the acquisition of assets mentioned above is an appropriate transaction and will benefit the Company and shareholders.

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO ไตรมาส 2/62 กำไรโตกระหึ่มกว่า 10 เท่าตัว รับรายได้ขายและบริการพุ่งกระฉูด

บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/62 (รวมบริษัทย่อย) สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 ดังนี้

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวมีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้จากการขายและบริการมีจำนวน 412.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 162.99 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 65.38 เป็นรายได้สิ่งพิมพ์เพิ่มขึ้น 65.13 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก WPS จำนวน 45.26 ล้านบาท และรายไดจากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 97.86 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70.43 โดยเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าเวียดนาม 29.58 ล้านบาท และจากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 55.03 ล้านบาท

รวมทั้งในไตรมาส 2/62 บริษัทฯรับรู้ผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวน 122.74 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/61 ซึ่งรับรู้ผลขาดทุน 27.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.35 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 544.55 และซึ่งการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) นั้น เนื่องมาจากการผลกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO’S 2Q19 Profit Increases to ฿125 Million from the Sales Revenues and Profits Sharing

Eastern Printing Public Co., Ltd. (EPCO) has reported its 2Q19 consolidated financial statement through the Stock Exchange of Thailand as follows:

EPCO recorded 2Q2019 net profit of THB 125.01 million in comparison with net profit of THB 8.62 for the same period the previous year, an increase of THB 116.39 million or 1,350.23% and for the 6 months period was THB 171 million  in comparison with net profit of THB 158.10 for the same period the previous year, an increase of THB 13.69 million or 8.66%.

For the 2Q2019, the revenue from sales increased to THB 412.28 million or 65.38% YoY mainly due to the increase of printing business income, WPS, and electricity sale in Vietnam and Japan. Moreover, EPCO recognized profit from investment in the associated companies in the amount of THB 122.74 million, increasing by 544.55%.

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO รับทรัพย์ 1.26 พันลบ.หลังปิดดีลขาย “โซลาร์ฟาร์มเวียดนาม” ขนาด 110 MW ให้ BGC

บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 อนุมัติให้ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EPCO ถือหุ้นในสัดส่วน 75% ของหุ้นทั้งหมด ขายหุ้น 100% ของหุ้นทั้งหมดของ SPM

ทั้งนี้ก่อนดำเนินการซื้อขายหุ้นและหนี้ของ SPM ให้กับ BGC นั้น SPM จะซื้อหุ้นของ PKS เพิ่มจากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นกรรมการของ Nam Viet Hung Investment Corporation ในสัดส่วน 2% โดยมีราคาซื้อหุ้นที่มูลค่า Par บวกด้วยกำไร 5% แล้วจึงดำเนินการซื้อขายหุ้นและหนี้ของ SPM ให้กับ BGC ต่อไป

พร้อมอนุมัติให้ EP จัดตั้งบริษัทย่อยในฮ่องกง เพิ่มอีกจำนวน 2 แห่ง โดย EP เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในบริษัทย่อยดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยในต่างประเทศ และรองรับแผนธุรกิจในการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนในต่างประเทศในอนาคต

ขณะเดียวกัน นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะเข้าลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นและหนี้ในวันที่ 6 กันยายน 2562 เพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท โซล่าร์ พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) จำนวนทั้งสิ้น 2,000,000 หุ้น หรือ คิดเป็น 100% ของหุ้นสามัญทั้งหมด

รวมถึงการรับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันของ SPM ซึ่งเป็นหนี้คงค้างเพื่อบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ประมาณ 730 ล้านบาท ในราคาซื้อขายรวมกันทั้งสิ้น 1,259 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ SPM มีสภาพเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 4/2562 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562

ขณะที่ปัจจุบัน SPM ถือหุ้น 65% ใน PKS และก่อนการเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ SPM จะถือหุ้น 67% ของหุ้นทั้งหมดใน PKS โดย บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยถือหุ้นในสัดส่วน 25% และเป็นผู้ถือหุ้นอื่นในสัดส่วน 8%

สำหรับ PKS ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประกอบกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ

ประกอบด้วย โครงการ Xuan Tho 1 (โครงการ XT1) และ โครงการ Xuan Tho 2 (โครงการ XT2) ซึ่งเป็นโครงการที่มีการเริ่มต้นจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้ง 2 โครงการ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับ Electricity of Vietnam (EVN) รวม 99.216 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 110.025 เมกะวัตต์)

ข่าวเศรษฐกิจ

EPCO Books ฿1.26bn from the Disposal of Vietnam’s 100MW Solar Farms to BGC!

The Board of Directors of Eastern Printing Public Company Limited (EPCO) has approved Eastern Power Group Public Company Limited (EP), a subsidiary of EPCO whereby the company holds 75% of total shares in EP, to sell 100% of total shares of Solar Power Management (Thailand) Company Limited (SPM) to BG Container Glass Public Company Limited (BGC).

Prior to entering into the sale and purchase of shares and debts of SPM to BGC, SPM will purchase PKS’s shares from the existing shareholder who is a director of Nam Viet Hung Investment Corporation in a proportion of 2% with the purchase price at par value plus 5% of profit.

At present, SPM holds 65% of the total shares in Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS), a subsidiary in Socialist Republic of Vietnam. PKS operates two solar power plants i.e. Project Xuan Tho 1 and Project Xuan Tho 2, with a total installed capacity of 99.216 MW in Phu Yen province, Socialist Republic of Vietnam.

Moreover, the Board of Directors of EPCO has also approved EP, a subsidiary of the company whereby EPCO holds 75% of the total shares in EP, to incorporate additional 2 subsidiaries in Hong Kong whereby EP is the shareholder holding 100% shares of such new subsidiaries. This is to restructure the shareholding structure of foreign subsidiaries.

 

Regarding the transaction, EP will enter into an agreement to purchase shares and debts of SPM whereby EP will sell its shares held in SPM in the amount of 2,000,000 shares or equivalent to 100% of its total shares in SPM (as of 6 September 2019) including the short-term loans from related companies for PKS in the outstanding amount of approximately THB 1,259.00 million.

The payment will be separated into three installments. The first installment will be in an amount of THB 125.90 million, equivalent to 10% of the value of the disposed assets which is paid on the SPA signing date. The second installment will be in an amount of THB 1,133.10 million, equivalent to 90% of the value of the disposed assets which is paid on the Completion Date when the SPM shares are transferred to the Buyer.

The final installment will be the value of the disposed assets consideration adjustment, by adjusting the value of consideration. Such value will be increased by the estimated cash and cash equivalent including account receivables and receivables from other operations, withholding tax (if any), decreased by the account payable and payable from other operations, which remains in SPM on the completion Date.

ข่าวเศรษฐกิจ

ดักเก็บ EPCO จับตากำไรปี 62 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังบุ๊กพิเศษขายโรงไฟฟ้า 500 ลบ.

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตอย่าง บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำการขายโรงไฟฟ้าเวียดนามขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 MW ให้บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC มูลค่า 1,259 ล้านบาท โดยคิดเป็นกำไรจากเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ นักวิเคราะห์วางแนวรับหุ้น EPCO ไว้ที่ระดับ 4.3 บาท แนวต้าน 5 บาท และตัดขาดทุนที่ระดับ 4.2 บาท

อนึ่งก่อนหน้านี้ นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ EPCO เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EPCO ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 75% ของหุ้นทั้งหมด ขายหุ้นและหนี้ทั้งหมดของบริษัท โซล่าร์ พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ให้กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) (BGC) เป็นมูลค่าประมาณ 1,259 ล้านบาท

โดยได้ลงนามซื้อขาย (SPM) พร้อมได้รับเงินมัดจำมาแล้ว 125.90 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ 10 ของมูลค่าสิ่งตอบแทนของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไป ส่วนที่เหลือจำนวน 1,133.10 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ 90 จะจ่ายชำระในวันที่โอนหุ้นในบริษัท SPM ให้แก่ผู้ซื้อหุ้นเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้บริษัทฯจะนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนเงินกู้ เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนของบริษัทฯ ในอนาคตต่อไป

“ดีลนี้ถือว่าได้รับผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจมาก คิดเป็นกำไรจากการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท  ทั้งนี้โรงไฟฟ้าในเวียดนามที่ขายให้กับ BGC เป็นการขายหุ้นและหนี้ทั้งหมด โดยในช่วงที่เข้าลงทุนเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 2,900 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนครั้งนั้นแบ่งเป็นเงินกู้ร้อยละ 65  และมาจากเงินลงทุนร้อยละ 35 ซึ่งในส่วนของ SPM ลงทุนในโปรเจ็กดังกล่าวร้อยละ 65  ใช้เงินลงทุนเพียงประมาณ 710 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ขายออกไปครั้งนี้ทำให้ได้รับกำไรพิเศษจากการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ปีนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดและทำสถิตินิวไฮอีกครั้ง” นายยุทธ กล่าว

ขณะที่ปัจจุบัน SPM ถือหุ้นร้อยละ 67 ของหุ้นทั้งหมดในบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (“PKS”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดย PKS ประกอบกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Xuan Tho 1 (“โครงการ XT1”) และ โครงการ Xuan Tho 2 (“โครงการ XT2”) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ประเทศสาธารณรัฐ  สังคมนิยมเวียดนาม โดยที่ก่อนดำเนินการซื้อขายหุ้นและหนี้ของ SPM ให้กับผู้ซื้อนั้น SPM จะซื้อหุ้นของ PKS เพิ่ม จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นกรรมการของ Nam Viet Hung Investment Corporation (“NVH”) ในสัดส่วนร้อยละ 2

ทั้งนี้ โครงสร้างการถือหุ้นของ PKS ก่อนการขายหุ้น ประกอบด้วย  SPM ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 67 กับ บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ซิสเต็มส์โซลูชั่น จำกัด(มหาชน) (“CSS”) ในสัดส่วนร้อยละ 25  และหุ้นส่วนที่เหลือถือหุ้นโดย Nam Viet Hung Investment Corporation (“NVH”) ในสัดส่วนร้อยละ 5 และกรรมการ 1 ท่านของ NVH ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 3